ยายอ่านจดหมายธนาคารไม่ออก ผมเลยลองใช้ AI แปลงข้อความเป็นเสียงพูดฟรี — ผลลัพธ์ดีกว่าที่คิด
เดือนที่แล้วผมกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ยายเดินถือจดหมายจากธนาคารมาหา แล้วบอกว่า "อ่านให้ฟังหน่อยสิ ตาไม่ค่อยเห็นแล้ว"
ผมอ่านให้ฟังจบในสองนาที แต่หลังจากนั้นกลับมานั่งคิดอยู่นาน — ถ้าวันไหนผมไม่ได้กลับบ้าน ยายจะทำยังไง? แก่แล้ว สายตาก็แย่ลงทุกปี
นั่นแหละคือจุดที่ผมเริ่มจริงจังกับการหาเครื่องมือ แปลงข้อความเป็นเสียงพูด ภาษาไทย ที่ใช้ได้จริง และที่สำคัญคือฟรี
เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของคนพิการ
เวลาคนพูดถึง "การเข้าถึง" (accessibility) หลายคนนึกถึงแค่คนตาบอด แต่เอาจริง ๆ มันกว้างกว่านั้นเยอะ
คนที่เป็น dyslexia อ่านหนังสือไทยแล้วตัวอักษรเหมือนว่ายน้ำหนีกันไปหมด เด็กประถมที่ยังอ่านคล่องไม่พอ คนสูงอายุที่สายตาสั้นลงเรื่อย ๆ อย่างยายผม หรือแม้แต่ตัวผมเองตอนขับรถกลับบ้าน 3 ชั่วโมง แล้วอยากอ่านบทความยาว ๆ ที่ค้างไว้
ทุกคนเหล่านี้ต้องการสิ่งเดียวกัน คือ ข้อความเป็นเสียง ฟรี ที่ฟังรู้เรื่อง ไม่ใช่หุ่นยนต์อ่านทื่อ ๆ แบบที่เราเจอในสายด่วน call center
ต่างกันตรงที่ระบบรุ่นเก่าอ่านไทยได้แย่มาก วรรณยุกต์เพี้ยน คำทับศัพท์ออกเสียงมั่วไปหมด ฟังแล้วปวดหัวมากกว่าอ่านเอง แต่เดี๋ยวนี้ สร้างเสียงพูด AI ฟรี หลายตัวอ่านไทยได้ลื่นจนบางทีผมแยกไม่ออกว่าเป็นคนหรือ AI
ผมเอาไปใช้จริงกับอะไรบ้าง
ไม่ต้องทฤษฎีเยอะ เอาแบบที่ผมใช้จริงในชีวิต:
- อ่านบทความยาวให้ยายฟัง — ก็อปข้อความมาแปะ กดเล่น แล้ววางมือถือไว้ข้างหมอน แกฟังข่าว ฟังธรรมะได้เองโดยไม่ต้องรอผม
- พากย์เสียงวิดีโอด้วย AI ฟรี — ตอนนั้นไมค์หูฟังผมเจ๊งกลางคัน ต้องส่งคลิปให้ลูกค้าภายในคืนนั้น ลองใช้เสียง AI พากย์แทน ปรากฏว่าลูกค้าไม่รู้เลยว่าไม่ใช่เสียงผม
- ทำ audiobook ด้วย AI ฟรี — ผมมีเรื่องสั้นที่เขียนค้างไว้ใน readAwrite หลายตอน ลองป้อนเข้าไปทีละบท แล้วโหลดไฟล์เสียงเก็บไว้ กลายเป็นนิยายเสียงของตัวเองแบบไม่ต้องจ้างนักพากย์
- ทำสื่อการสอน — เพื่อนผมเป็นครู ต้องทำบทเรียนเสียงให้เด็กที่อ่านไม่คล่อง เขาใช้วิธีนี้ สร้างเสียงนักพากย์อัตโนมัติ แทนที่จะต้องอัดเสียงตัวเองซ้ำ ๆ ทุกบท
จะเห็นว่ามันไม่ใช่เครื่องมือเฉพาะทางสำหรับคนใดคนหนึ่ง มันคือเครื่องมือที่ใครก็หยิบมาใช้ได้
โคลนเสียงตัวเอง — ฟีเจอร์ที่ผมไม่คิดว่าจะได้ใช้
ตอนแรกผมคิดว่า โคลนเสียงตัวเอง คงเป็นของเล่นของพวกสายเทค แต่พอได้ลองจริงมันคนละเรื่องเลย
เพื่อนของแม่ผมป่วยเป็นมะเร็งกล่องเสียง หมอบอกว่าอีกไม่นานเสียงจะเปลี่ยนไปตลอด เขาเลยอัดเสียงตัวเองไว้ล่วงหน้าเป็นชั่วโมง เพื่อให้ลูกชายยังได้ยินเสียงแม่จริง ๆ ตอนอ่านนิทานก่อนนอน
ฟังดูเศร้าใช่ไหม ผมก็คิดแบบนั้น แต่มันคือสิ่งที่เทคโนโลยีนี้ทำได้จริง และทำได้ฟรีด้วย
วิธีทำก็ไม่ได้ยากอะไร:
- อัดเสียงตัวเองสั้น ๆ สักไม่กี่สิบวินาที (หรืออัปโหลดไฟล์ที่มีอยู่แล้ว)
- ปล่อยให้โมเดลวิเคราะห์โทนเสียงและจังหวะการพูด
- พิมพ์ข้อความอะไรก็ได้ แล้วให้ออกมาเป็นเสียงของเรา
ถ้าใครกำลังหา voice clone thai free ที่รองรับภาษาไทยจริง ๆ ตัวที่ผมใช้อยู่นี่ตอบโจทย์ เพราะมันเข้าใจวรรณยุกต์ไทย ไม่ได้ออกเสียงเหมือนฝรั่งหัดพูดไทย
ทำไมผมถึงเลือกใช้ VoxClone
ผมลองมาหลายเว็บ หลายตัวมีกับดักทั้งนั้น — ให้ทำฟรี 3 ครั้ง แล้วขึ้นป้ายให้จ่ายเงิน หรือไม่ก็ต้องสมัครด้วยอีเมลก่อนถึงจะใช้ได้
VoxClone ต่างตรงที่:
- ไม่ต้องสมัครสมาชิก text to speech — เข้าเว็บ วางข้อความ กดเล่น จบ ไม่ต้องกรอกอีเมล ไม่ต้องยืนยันตัวตน
- ฟรีจริง ไม่มีเครดิตหมดอายุ — ผมใช้มาเป็นเดือนแล้วยังไม่เจอป๊อปอัปขายของ
- text to speech ภาษาไทย ฟรี และรองรับอีกหลายภาษา — มีประโยชน์มากตอนทำคลิปสองภาษา
- ใช้ในเบราว์เซอร์ได้เลย — มือถือ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊กเครื่องเก่า ๆ ของผมก็ยังรันไหว
- ดาวน์โหลดไฟล์เสียงเก็บไว้ได้ — อันนี้สำคัญมากสำหรับคนที่ทำ audiobook เพราะต้องเอาไปตัดต่อต่อ
จุดที่ผมชอบที่สุดจริง ๆ คือมัน โคลนเสียงฟรี แบบไม่ต้องแลกกับอะไร ไม่ต้องอัปโหลดบัตรประชาชน ไม่ต้องให้สิทธิ์อะไรแปลก ๆ
ถ้าใครอยากลองเริ่มจากตัวเครื่องมือก่อน ไปที่ เว็บแปลงข้อความเป็นเสียงพูดภาษาไทย แล้วลองวางข้อความสักสองสามประโยคดู ฟังก่อนว่าชอบไหม
ส่วนใครที่สนใจเรื่องเสียงโดยเฉพาะ แนะนำดูหน้า โคลนเสียงตัวเองแบบฟรี เขาอธิบายขั้นตอนไว้ละเอียดกว่าที่ผมเขียนตรงนี้
FAQ — คำถามที่ผมเจอบ่อยจากคนรอบตัว
ใช้ฟรีจริงไหม หรือมีเก็บเงินทีหลัง?
ฟรีจริงครับ ผมใช้มาเป็นเดือนยังไม่เคยจ่ายสักบาท ไม่มีระบบเครดิต ไม่มีป๊อปอัปบังคับสมัคร สิ่งเดียวที่ต้องมีคือข้อความที่อยากให้อ่าน
โคลนเสียงตัวเองยากไหม ต้องมีความรู้ด้านเสียงไหม?
ไม่ต้องเลย ผมไม่ได้เรียนด้านเสียงมาสักนิด อัดเสียงด้วยมือถือในห้องนอนนี่แหละ ข้อสำคัญคืออัดในที่เงียบ ๆ อย่าให้มีพัดลมหรือรถวิ่งผ่าน แค่นั้นก็ได้ผลลัพธ์ที่ใช้ได้แล้ว
เอาไปทำ audiobook ขายได้ไหม?
ในทางเทคนิคทำได้ แต่ผมอยากเตือนเรื่องลิขสิทธิ์ก่อน — ถ้าเป็นเสียงที่โคลนจากคนอื่น ต้องขออนุญาตเจ้าตัวก่อนเสมอ ส่วนเนื้อหาที่จะอ่านก็ต้องเป็นงานของเราเองหรือมีสิทธิ์จริง อย่าให้ความสะดวกของ AI มาทำให้เราลืมเรื่องนี้
ลองแบบนี้ดู แล้วจะรู้ว่าต่างจากที่คิด
ถ้าจะเริ่ม ผมแนะนำอย่าเพิ่งป้อนข้อความยาวเป็นสิบหน้า เริ่มจากสองสามประโยคก่อน ฟังว่าวรรณยุกต์ไทยออกมาถูกไหม ปรับความเร็วการอ่านให้พอดีหู แล้วค่อย ๆ ขยายไปหางานจริงของเรา
ของผมเริ่มจากจดหมายธนาคารของยายหนึ่งฉบับ ตอนนี้กลายเป็นว่ายายมี "นักอ่านส่วนตัว" ที่อ่านให้ฟังได้ทุกเมื่อที่แก่อยากฟัง และผมก็มีเสียงไว้พากย์คลิปโดยไม่ต้องรอไมค์ซ่อม
เทคโนโลยีมันไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้นหรอก มันแค่ต้องเข้าถึงง่ายพอที่คนอย่างยายผมจะได้ใช้จริง ๆ
ถ้าอยากดูเทคนิคเพิ่มเติมเรื่องการปรับเสียงและงานพากย์ มีรวมไว้ที่ บทความและคู่มือการใช้งาน ลองเข้าไปดูได้เลย